การจัดอันดับที่สำคัญของโลกปี 2568 (Rankings)

คำย่อและคำเต็ม

การจัดอันดับที่สำคัญของโลกปี 2568 (Rankings)

home อัลมาแนค | category คำย่อและคำเต็ม

สร้างเมื่อ : วันจันทร์ 29 ธันวาคม 2568, 13:42:08
แก้ไขเมื่อ : วันจันทร์ 29 ธันวาคม 2568, 13:57:47
เข้าชม : 150

การจัดอันดับที่สำคัญของโลกปี 2568

Rankings

ภาพรวม:

การจัดอันดับเสรีภาพของประเทศต่าง ของโลกปี 2568 โดย Freedom House

                     Freedom House ซึ่งเป็นองค์กรพัฒนาเอกชนสหรัฐฯ ด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยและการมีเสรีภาพจัดอันดับเสรีภาพของประเทศต่าง เพื่อชี้วัดระดับความเป็นประชาธิปไตยของโลกปี 2568 (Freedom in the World 2025) โดยรวบรวมข้อมูลจากข่าวเปิด นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันวิจัยต่าง และการลงพื้นที่ แล้วเเบ่งเป็นการให้คะแนน (scores) การจัดอันดับ (ratings) และการกำหนดสถานะความมีเสรีภาพของประชาชนในประเทศต่าง โดยใช้ คะแนนรวม 100 คะแนน แบ่งเป็นสองด้านหลักคือ สิทธิทางการเมือง (Political Rights, 0-40 คะแนน) และเสรีภาพพลเมือง (Civil Liberties, 0-60 คะแนน) โดยแต่ละด้านจะถูกแยกย่อยออกเป็นหมวดต่าง ๆ เช่น กระบวนการเลือกตั้ง การมีส่วนร่วมทางการเมือง การทำงานของรัฐบาล เสรีภาพสื่อ การรวมกลุ่มและสมาคม สิทธิทางกฎหมาย และสิทธิทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งแต่ละหมวดจะมีเกณฑ์หรือคำถามประเมินจำนวน 1-10 ข้อ เพื่อให้คะแนนตามสภาพความเป็นจริงของประเทศนั้น ๆ หลังจากรวมคะแนนทั้งสองด้านจะได้คะแนนรวมเต็ม 100 คะแนน ทั้งนี้ ประเทศที่มีคะแนนสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพพลเมืองสูงจะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม “มีเสรีภาพส่วนประเทศที่ได้คะแนนต่ำทั้งสองด้านจะอยู่ในกลุ่ม “ไม่มีเสรีภาพขณะที่กลุ่ม “กึ่งเสรีภาพอยู่ระหว่างกลาง สะท้อนระดับประชาธิปไตยและสิทธิเสรีภาพของแต่ละประเทศ

ในปี 2568 ภาพรวมเสรีภาพโลกยังคงลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 นับตั้งเเต่ปี 2549 เนื่องจากสิทธิทางการเมืองและเสรีภาพพลเมืองที่เสื่อมถอยลงใน 60 ประเทศ ขณะที่มีเพียง 34 ประเทศเท่านั้นที่สามารถปรับปรุงสถานการณ์ได้ในสถานการณ์ที่สภาพความเป็นอยู่แย่ลง ปัจจัยสำคัญที่ทำให้สิทธิและเสรีภาพลดลง ได้แก่ ความรุนแรงและการปราบปรามคู่แข่งทางการเมืองระหว่างการเลือกตั้ง ความขัดแย้งทางอาวุธที่ยังดำเนินอยู่ และการขยายตัวของแนวปฏิบัติแบบเผด็จการ ทั้งนี้ ประเทศไทยได้รับคะแนนลดลง 2 คะแนน จากเมื่อปี 2567 ที่ได้รับ 36 คะแนน โดยปัจจุบันมีคะแนนอยู่ที่ 34 คะแนน จาก 100 คะแนน อีกทั้งยังถูกปรับลดสถานะเป็นประเทศที่ไม่มีเสรีภาพ

มีเสรีภาพ

กึ่งเสรีภาพ

ไม่มีเสรีภาพ

-

ฟิลิปปินส์*                58/100

ไทย**                34/100

อินโดนีเซีย*               56/100

บรูไน*                27/100

สิงคโปร์*                48/100

กัมพูชา*                23/100

มาเลเซีย*                53/100

เวียดนาม*               20/100

 

 

ลาว*                13/100

 

 

เมียนมา*                7/100

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



สถานะไม่เปลี่ยนแปลงจากปี 2567

** สถานะลดลงจากปี 2567

ดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันของโลกปี 2567 (CPI 2024) โดย Transparency International (TI)

                        Transparency International (TI) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เยอรมนี จัดทำดัชนีชี้วัดภาพลักษณ์คอร์รัปชันของโลก (Corruption Perceptions Index-CPI) เผยแพร่เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2538 ข้อมูลที่ใช้มาจากการประมวลผลร่วมกันจากผลการสำรวจความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับการคอร์รัปชันในเเต่ละประเทศจำนวน 180 ประเทศ รวมกับข้อมูลวิเคราะห์ และผลการจัดอันดับต่าง เกี่ยวกับการคอร์รัปชันของสถาบันและองค์กรที่มีชื่อเสียงอื่น เช่น ธนาคารโลก, Economist Intelligence Unit, World Economic Forum และ Political & Economic Risk Consultancy Ltd. (PERC) จากนั้นจึงนำมาให้คะแนนจาก 1-100 โดยคะแนนน้อย หมายถึง การมีปัญหาคอร์รัปชันรุนแรง

                     สำหรับการจัดอันดับครั้งหลังสุดเมื่อปี 2567 ไทยได้คะแนนและอันดับลดลงจากปี 2566 โดยได้ 34 คะแนน และอันดับที่ 107 จากอันดับที่ 108 ร่วมกับแอลจีเรีย บราซิล มาลาวี เนปาล ไนเจอร์ และตุรกี ทั้งนี้ การทุจริตยังเป็นปัญหาร้ายแรงในทุกส่วนของโลก แต่มีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในหลายประเทศ งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าการทุจริตเป็นภัยคุกคามสำคัญต่อการดำเนินการด้านสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความก้าวหน้าในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการปรับตัวต่อผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากภาวะโลกร้อน

อันดับที่

ประเทศ

คะแนนปี 2567 (คะแนนปี 2566)

1

เดนมาร์ก

90 (90)

2

ฟินแลนด์

88 (87)

3

สิงคโปร์

84 (83)

4

นิวซีเเลนด์

83 (85)

5

ลักเซมเบิร์ก

81 (78)

5

นอร์เวย์

81 (84)

5

สวิตเซอร์เเลนด์

81 (82)

8

สวีเดน

80 (82)

9

เนเธอร์เเลนด์

78 (79)

10

ออสเตรเลีย

77 (75)

 

การจัดอันดับ Travel and Tourism Competitiveness ประจำปี 2567 โดย World Economic Forum (WEF)

                    WEF หรือสภาเศรษฐกิจโลกเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่สวิตเซอร์แลนด์โดยทุก 2 ปี WEF จะสำรวจและประเมินศักยภาพในการเดินทางและการท่องเที่ยวของประเทศต่าง ทั้งสิ้น 14 ประเด็น (pillars) ได้เเก่ สภาพเเวดล้อมทางธุรกิจ ความมั่นคงและความปลอดภัย สาธารณสุขและความสะอาด ทรัพยากรบุคคลและเเรงงาน ความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology-IT) การให้ความสำคัญเชิงนโยบายการเดินทางและการท่องเที่ยว การเปิดกว้างของประเทศ การเเข่งขันด้านราคา ความยั่งยืนของสิ่งเเวดล้อม โครงสร้างพื้นฐานทั้งทางบก ทางอากาศ และทางทะเล เพื่อให้บริการเเก่นักท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรม (คะเเนนรวมเต็ม 7 คะแนน)

                     เมื่อปี 2567 ไทยอยู่ในลำดับที่ 47 จาก 119 ประเทศ ลดลงจากปี 2564 ที่อยู่ลำดับที่ 36 สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ WEF สำรวจ 8 ประเทศ ยกเว้นบรูไนและเมียนมา โดยไทยได้ลำดับที่ 4 ตามหลังสิงคโปร์ อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่ได้ลำดับที่ 13, 22 และ 35 ตามลำดับ ขณะที่เวียดนาม ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และ สปป.ลาว ได้ลำดับต่ำกว่าไทย คือ อันดับที่ 59  69  86 และ 91 ตามลำดับ


อันดับที่

ประเทศ

คะแนน

1

สหรัฐฯ

5.24

2

สเปน

5.18

 

3

ญี่ปุ่น

5.09

4

ฝรั่งเศส

5.07

5

ออสเตรเลีย

5.00

6

เยอรมนี

5.00

7

สหราชอาณาจักร

4.96

8

จีน

4.94

9

อิตาลี

4.90

10

สวิตเซอร์แลนด์

4.81

11

แคนาดา

4.81

12

โปรตุเกส

4.78

13

สิงคโปร์

4.76

14

เกาหลีใต้

4.74

15

ออสเตรีย

4.65


World Press Freedom Index ปี 256โดยสมาคมผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (Reporters Without Borders-RSF)

                     RSF เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่สนับสนุนเสรีภาพของสื่อ มีสำนักงานใหญ่ กรุงปารีส ฝรั่งเศส ได้รับแรงบันดาลใจมาจากมาตรา 19 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ปี 2491 ซึ่งระบุว่าคนทุกคนมีสิทธิเสรีภาพแห่งความคิดเห็นและการแสดงออก และสิทธิที่จะค้นหา ได้รับ และติดต่อสื่อสารข้อมูลและความคิดโดยไม่คำนึงถึงพรมแดนทั้งนี้ RSF จัดทำดัชนีเสรีภาพสื่อ (World Press Freedom Index) ใน 180 ประเทศ (อันดับยิ่งน้อย ยิ่งมีเสรีภาพสื่อมาก) ผ่านเเบบสอบถาม

                     เมื่อปี 2568 ไทยอยู่อันดับที่ 85 ดีขึ้น 2 อันดับ จากอันดับที่ 87 เมื่อปี 2567 โดยได้คะแนน 56.72 คะแนน ดีที่สุดในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยที่มาเลเซีย บรูไน ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย สปป.ลาว กัมพูชา เมียนมา และเวียดนาม มีเสรีภาพสื่อน้อยกว่าไทย ตามลำดับ ขณะที่เอริเทรีย เกาหลีเหนือ จีน ซีเรีย และอิหร่าน ถูกจัดอยู่ใน 5 อันดับของประเทศที่มีเสรีภาพสื่อต่ำที่สุดในโลก ทั้งนี้ RSF กล่าวถึงไทยว่า ภูมิทัศน์ด้านสื่อของไทยเปลี่ยนแปลงไปมาก หลังการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 แม้ว่าสื่อไม่ถูกมาตรการปิดกั้นในระดับเดียวกับสมัยรัฐบาลทหาร แต่กลุ่มสื่อสาธารณะและสื่อกึ่งสาธารณะ อาทิ อสมท. ถูกกล่าวหาว่าหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ในทางกลับกัน สำนักข่าววอยซ์ ทีวี ซึ่งก่อตั้งโดยครอบครัวของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีต นรม. เปลี่ยนจากการวิพากษ์วิจารณ์ไปเป็นกระบอกเสียงโดยพฤตินัยของพรรครัฐบาล ก่อนปิดตัวลงเมื่อ เม.ย.67 ขณะที่พิธีกรและนักวิจารณ์การเมืองหลายคนจากวอยซ์ ทีวี เข้าร่วมกับสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย (NBT) ซึ่งเป็นสื่อของรัฐ

 

อันดับที่

ประเทศ

คะแนน

1

นอร์เวย์

92.31

2

เอสโตเนีย

89.46

3

เนเธอร์แลนด์

88.64

4

สวีเดน

88.13

5

ฟินแลนด์

87.18

6

เดนมาร์ก

86.93

7

ไอร์แลนด์

86.92

8

โปรตุเกส

84.26

9

สวิตเซอร์แลนด์

83.98

10

สาธารณรัฐเช็ก

83.96

11

เยอรมนี

83.85

12

ลิกเตนสไตน์

83.42

13

ลักเซมเบิร์ก

83.04

14

ลิทัวเนีย

82.27

15

ลัตเวีย

81.82

  

รายงานความสุข 20 อันดับแรกของโลกประจำปี 256World Happiness Report 2025

                     เครือข่ายการแก้ปัญหาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (United Nations Sustainable Development Solutions Network) ร่วมกับมูลนิธิ Ernesto Illy จัดทำรายงานความสุขของประชากรโลก (World Happiness Report) ครั้งแรกเมื่อปี 2555 เพื่อแสดงอันดับความสุขของประเทศต่าง ทั้งหมด 163 ประเทศ ซึ่งประเมินโดยใช้ตัวชี้วัด ได้แก่ รายได้เฉลี่ยต่อบุคคล การเกื้อกูลกันทางสังคม ความยืนยาวของชีวิต (อย่างมีสุขภาพที่ดี) เสรีภาพในการดำเนินชีวิต ความมีน้ำใจต่อกันในสังคม และการคอร์รัปชัน

                     สำหรับการจัดอันดับความสุขโลกเมื่อปี 2568 ไทยอยู่ในอันดับที่ 49 ของโลก ดีขึ้น 9 อันดับ จากอันดับที่ 58 เมื่อปี 2567 ทั้งนี้ รายงานประจำปี 2568 อิงจากค่าเฉลี่ยการประเมินช่วงปี 2566-2567 ซึ่งไทยได้ 6.222 คะแนน เพิ่มขึ้น 0.246 คะเเนน เป็นอันดับที่ 3 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ (อันดับที่ 34) และเวียดนาม (อันดับที่ 46) อีกทั้งยังอยู่ในอันดับที่ดีกว่าสมาชิกอาเซียนประเทศอื่น ได้แก่ ฟิลิปปินส์ (อันดับที่ 57) มาเลเซีย (อันดับที่ 64) อินโดนีเซีย (อันดับที่ 83) สปป.ลาว (อันดับที่ 93) เมียนมา (อันดับที่ 126) และกัมพูชา (อันดับที่ 124) ส่วนบรูไน ไม่ติดอันดับ

อันดับที่

ประเทศ

คะแนน

1

ฟินเเลนด์

7.736

2

เดนมาร์ก

7.521

3

ไอซ์แลนด์

7.515

4

สวีเดน

7.345

5

เนเธอร์แลนด์

7.306

6

คอสตาริกา

7.274

7

นอร์เวย์

7.262

8

อิสราเอล

7.234

9

ลักเซมเบิร์ก

7.122

10

เม็กซิโก

6.979

11

ออสเตรเลีย

6.974

12

นิวซีแลนด์

6.952

13

สวิตเซอร์แลนด์

6.935

14

เบลเยียม

6.910

15

ไอร์แลนด์

6.889

 

การพัฒนามนุษย์ (Human Development Index-HDI) ปี 2568 โดยโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ United Nations Development Programme (UNDP)

                     ดัชนีการพัฒนามนุษย์ (Human Development Index-HDI) เป็นการวัดและเปรียบเทียบความยากจน การรู้หนังสือ การศึกษา อายุขัย การคลอดบุตร และปัจจัยอื่น ๆ ของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก เป็นวิธีการวัดความอยู่ดีกินดีตามมาตรฐาน โดยเฉพาะในเด็กและเยาวชน ซึ่ง UN นำดัชนี HDI มาใช้ตั้งแต่ปี 2536 โดยวัดความสำเร็จเฉลี่ย 3 ด้าน ได้แก่ 1) การมีชีวิตยืนยาวและสุขภาพดี ซึ่งวัดจากอายุขัย 2) ความรู้ ซึ่งวัดจากการรู้หนังสือ และ 3) มาตรฐานคุณภาพชีวิต ซึ่งวัดจากรายได้ประชาชาติต่อหัว แล้วนำมาจัดกลุ่มประเทศตามลำดับการพัฒนา 4 กลุ่ม คือ 1) กลุ่มพัฒนาระดับสูงมาก 2) กลุ่มพัฒนาอยู่ในระดับสูง 3) กลุ่มพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง และ 4) กลุ่มพัฒนาอยู่ในระดับต่ำ

                     การจัดอันดับเมื่อปี 2568 ซึ่งอิงข้อมูลปี 2566 ไทยได้อันดับที่ 76 ด้วยคะแนน 0.798 เป็นประเทศที่มีการพัฒนามนุษย์ในระดับ “สูง” อายุขัยประชากร 76.4 ปี จำนวนปีที่คาดว่าจะได้รับการศึกษา 15.4 ปี จำนวนปีที่ประชากรได้รับการศึกษาเฉลี่ย 9.0 ปี และรายได้ประชาชาติต่อหัวปีละ 20,570 ดอลลาร์สหรัฐ

 

ลำดับที่

 

ประเทศ

ดัชนีการพัฒนามนุษย์และองค์ประกอบ

 

คะแนน HDI

 

อายุขัย

จำนวนปี

ที่คาดว่าจะได้รับการศึกษา

จำนวนปี

ที่ประชากรได้รับการศึกษาเฉลี่ย

รายได้ประชาชาติต่อหัว (Gross National Income-GNI per Capita) (ดอลลาร์สหรัฐต่อปี)

1

ไอซ์แลนด์

0.972

82.7

18.9

13.9

69,117

2

นอร์เวย์

0.970

83.3

18.8

13.1

112,710

2

สวิตเซอร์แลนด์

0.970

84.0

16.7

13.9

81,949

4

เดนมาร์ก

0.962

81.9

18.7

13.0

76,008

5

เยอรมนี

0.959

81.4

17.3

14.3

64,053

5

สวีเดน

0.959

83.3

19.0

12.7

66,102

7

ออสเตรเลีย

0.958

83.9

20.7

12.9

58,277

8

ฮ่องกง

0.955

85.5

16.9

12.4

69,436

8

เนเธอร์แลนด์

0.955

82.2

18.6

12.7

68,344

10

เบลเยียม

0.951

82.1

19.0

12.7

63,582


ประเทศที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะ (Public debt) ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) มากที่สุด 20 อันดับของโลก(ข้อมูลอ้างอิงปี 2567) โดยองค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ (OECD)

 

อันดับที่

ประเทศ

ร้อยละต่อ GDP

1

กรีซ

169.3

2

อิตาลี

148.4

3

สหรัฐฯ

122.9

4

ฝรั่งเศส

116.5

5

สเปน

108.5

6

แคนาดา

107.3

7

เบลเยียม

104

8

โปรตุเกส

100.6

9

สหราชอาณาจักร

93

10

ออสเตรีย

85.4

11

ฟินแลนด์

85.3

12

ฮังการี

81.9

13

สโลวีเนีย

69.7

14

โปแลนด์

67.2

15

สโลวาเกีย

66.2

16

เยอรมนี

63.3

17

นอร์เวย์

61.3

18

ลัตเวีย

58.4

19

ออสเตรเลีย

55.8

20

สาธารณรัฐเช็ก

49.4

  

ประเทศที่มีทุนสำรองระหว่างประเทศ (ไม่รวมทองคำมากที่สุด 20 อันดับของโลก (ข้อมูลอ้างอิง ณ ต.ค.2568โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

 

อันดับที่

ประเทศ

มูลค่า (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

1

จีน

3,389,306

2

ญี่ปุ่น

1,230,940

3

สวิตเซอร์แลนด์

897,295

4

อินเดีย

593,734

5

ไต้หวัน

544,300

6

รัสเซีย

434,487

7

ซาอุดีอาระเบีย

434,116

8

ฮ่องกง

416,216

9

เกาหลีใต้

410,900

10

สิงคโปร์

374,809

11

บราซิล

344,173

12

สหรัฐอเมริกา

242,726

13

เม็กซิโก

236,200

14

ไทย

217,231

15

สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์

199,400

16

โปแลนด์

188,140

17

สหราชอาณาจักร

161,908

18

สาธารณรัฐเช็ก

145,012

19

มาเลเซีย

113,877

20

ฟิลิปปินส์

101,081

 

ประเทศ/สถาบันที่มีทองคำสำรองมากที่สุด 10 อันดับเเรกของโลก (ข้อมูลอ้างอิง ต.ค.2568) โดย World Gold Council

         

อันดับที่

ประเทศ

น้ำหนัก (ตัน)

1

สหรัฐฯ

8,133.5

2

เยอรมนี

3,350.2

3

อิตาลี

2,451.8

4

ฝรั่งเศส

2,437

5

จีน

2,298.5

6

อินเดีย

880

7

ญี่ปุ่น

846

8

ตุรกี

634.8

9

เนเธอร์แลนด์

612.5

10

โปแลนด์

515.5

11

โปรตุเกส

382.7

12

อุซเบกิสถาน

364.5

13

สหราชอาณาจักร

310.3

14

คาซัคสถาน

306.2

15

สเปน

281.6

16

ออสเตรีย

280

17

ไทย

234.5

18

เบลเยียม

227.4

19

สิงคโปร์

204.2

20

แอลจีเรีย

173.6

 

*ไม่มีข้อมูลบางประเทศ เช่น รัสเซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และเกาหลีใต้ เป็นต้น 

 

ประเทศที่มีดุลบัญชีเดินสะพัดมากที่สุด 20 อันดับเเรกของโลกปี 2567

โดยธนาคารโลก

 

อันดับที่

ประเทศ

มูลค่า (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

1

จีน

423,919

2

เยอรมนี

264,023

3

ญี่ปุ่น

194,256

4

เนเธอร์เเลนด์

110,922

5

เกาหลีใต้

99,042

6

สิงคโปร์

96,015

7

นอร์เวย์

79,829

8

รัสเซีย

63,167

9

สเปน

53,997

10

ฮ่องกง

52,546

11

เดนมาร์ก

52,124

12

สวิตเซอร์แลนด์

47,161

13

คูเวต

46,702

14

ไอร์แลนด์

44,743

15

กาตาร์

37,884

16

สวีเดน

36,390

17

อิรัก

28,374

18

เวียดนาม

28,047

19

อิตาลี

26,760

20

ไนจีเรีย

17,215

 

 

ค่าใช้จ่ายด้านการทหาร 15 อันดับแรกของโลกปี 2567

 

Stockholm International Peace Research Institute (SIPRI) เป็นสถาบันวิจัยอิสระนานาชาติ ก่อตั้งเมื่อปี 2509 ตั้งอยู่ที่กรุงสตอกโฮล์ม สวีเดน ให้ข้อมูลและการวิเคราะห์เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดเเย้ง กำลังพล และยุทโธปกรณ์ทางทหาร

 

อันดับที่

ประเทศ

มูลค่า(พันล้านดอลลาร์สหรัฐ)

สัดส่วนร้อยละต่อ GDP

1

สหรัฐฯ

997

3.4

2

จีน

314

1.7

3

รัสเซีย

149

7.1

4

เยอรมนี

88.5

1.9

5

อินเดีย

86.1

2.3

6

สหราชอาณาจักร

81.8

2.3

7

ซาอุดีอาระเบีย

80.3

7.3

8

ยูเครน

64.7

2.4

9

ฝรั่งเศส

64.7

2.1

10

ญี่ปุ่น

55.3

1.4

11

เกาหลีใต้

47.6

2.6

12

อิสราเอล

46.5

8.8

13

โปแลนด์

38

4.2

14

อิตาลี

38

1.6

15

ออสเตรเลีย

33.8

1.9

 


 

ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุด 30 อันดับเเรกของโลก (ประเมินเมื่อ .ค.2568) โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

 

อันดับที่

ประเทศ

มูลค่า (ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

1

สหรัฐฯ

30,615,743

2

จีน

19,398,577

3

เยอรมนี

5,013,574

4

ญี่ปุ่น

4,279,828

5

อินเดีย

4,125,213

6

สหราชอาณาจักร

3,958,780

7

ฝรั่งเศส

3,361,557

8

อิตาลี

2,543,677

9

รัสเซีย

2,540,656

10

แคนาดา

2,283,599

11

บราซิล

2,256,910

12

สเปน

1,891,371

13

เม็กซิโก

1,862,740

14

เกาหลีใต้

1,858,572

15

ออสเตรเลีย

1,829,508

16

ตุรกี

1,565,471

17

อินโดนีเซีย

1,443,256

18

เนเธอร์แลนด์

1,320,635

19

ซาอุดีอาระเบีย

1,268,535

20

โปแลนด์

1,039,619

21

สวิตเซอร์แลนด์

1,002,666

-

ไต้หวัน*

884,387

22

เบลเยียม

716,980

23

ไอร์แลนด์

708,771

24

อาร์เจนตินา

683,371

25

สวีเดน

662,318

26

อิสราเอล

610,752

27

สิงคโปร์

574,185

28

สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

569,097

29

ออสเตรีย

566,456

30

ไทย

558,573

*ในรายงานของ IMF ระบุว่าไต้หวันเป็นมณฑลหนึ่งของจีน